ตรวจแมะฟรี!!!
เมนูหลัก
หน้าแรก
การแมะ
ผลิตภัณฑ์
สาระพันปัญหา
การบำรุงร่างกาย
ติดต่อเรา
โบว์ชัวร์
แผนที่
เกี่ยวกับคุณหมอ
ภาวะไตอ่อนแอ
ผลการรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก
ขั้นตอนการสั่งซื้อ
ประกาศจากทางร้าน
วีดีโอ
Web Board
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

โรคผื่นภูมิแพ้

โรคผื่นภูมิแพ้คืออะไร?

    โรคผื่นภูมิแพ้ เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีอาการคันมาก จัดเป็นโรคหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิแพ้ ซึ่งรวมถึงโรคหอบหืด โรคแพ้อากาศ มักจะเริ่มเป็นตั้งแต่เด็กเล็ก ภายใน 2 ขวบแรก เป็นๆ หายๆ เรื้อรังนานเกิน 6 เดือน มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกัน

โรคผื่นภูมิแพ้เกิดจากอะไร?

     สาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่นอน มีสาเหตุที่สำคัญหลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ สาเหตุทางพันธุกรรม โดยผู้ป่วยได้รับการถ่ายทอดความไว หรือความผิดปกติทางผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือเกิดจากพันธุกรรม เช่นอาจะมีพ่อแม่ หรือญาติทางพ่อแม่ที่มีสายเลือดเดียวกันเป็นโรคภูมิแพ้โรคใดโรคหนึ่ง ดังกล่าวข้างต้น ร่วมกับสาเหตุปัจจัยภายนอก จากสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ สบู่ ผงซักฟอก เหงื่อ เชื้อโรค สิ่งระคายเคืองอื่นๆ ต่อผิวหนัง ไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้ไปสร้างสารเคมีบางอย่างออกมา ทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบเป็นผื่นแดงและคัน

โรคภูมิแพ้พบได้มากน้อยแค่ไหน?

     ในระยะแรกๆ ประมาณ 20 ปีก่อน โรคนี้พบได้ประมาณร้อยละ 4-7 แต่ในระยะ 10 ปีหลังนี้ พบโรคนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 เท่า เป็นร้อยละ 13 ซึ่งเป็นผลมาจากมลภาวะผิดปกติที่เพิ่มสูงขึ้น

      ผู้ที่จะเป็นโรคนี้ได้บ่อยคือ ทารกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจเป็นโรคหอบหืด แพ้อากาศ หรือผื่นภูมิแพ้ก็ได้ หรืออาจเป็นในปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา ที่มีสายเลือดเดียวกัน

ลักษณะอาการของโรคนี้เป็นอย่างไร?

     อาการของโรคนี้มักจะเริ่มเป็นในวัยทารกก่อน 2 ขวบแรก โดยมากผื่นเริ่มเป็นที่หน้า แก้ม คางก่อน ในอายุประมาณ 2-3 เดือนมีอาการคัน เด็กจะหงุดหงิด โยเย ถ้าเกาได้ก็จะเกาจนมีเลือดออกซิบๆ ได้ ผื่นจะค่อยๆ กระจายมากขึ้นเรื่อยๆ ไปตามแขนขาด้านนอก ซึ่งเป็นบริเวณที่ถูกระคายเคืองได้บ่อย ผิวหนังตามตัวจะแห้ง หรือสากๆ เป็นขุยๆ ได้ ถ้าไม่มีประวัติภูมิแพ้มาก อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น มีส่วนหนึ่งอาจจะหายไปได้ภายในอายุ 2-3 ปี แต่ในกลุ่มเด็กที่มีประวัติภูมิแพ้ชัดเจนก็จะเป็นต่อเนื่องไปจนถึงวัยเรียน เพียงแต่ผื่นจะลดน้อยลงแต่ยังคงเป็นมากตามบริเวณข้อพับต่างๆ ซอกคอ หรือบริเวณที่มีเหงื่อออกมากและจะคันมากทำให้เด็กเกา บางครั้งจะกลายเป็นปื้นผิวหนังหนาๆ และแห้งซึ่งจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรังไปนาน อาจจะดีขึ้นช่วงเข้าวัยรุ่น แต่ถ้าไม่ดีในระยะนี้ก็จะเป็นต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ผื่นมักเป็นเฉพาะบริเวณที่ถูกระคายเคืองหรือเกาได้ง่าย เช่น มือ แขน ต้นคอ ขา เป็นต้น

มีสิ่งอะไรที่กระตุ้นให้โรคกำเริบได้บ้าง?

     มีหลายปัจจัยที่จะกระตุ้นให้โรคกำเริบ ที่สำคัญได้แก่

     - ผิวหนังแห้งซึ่งถ่ายทอดมาจากพันธุกรรมอยู่แล้ว ร่วมกับปัจจัยภายนอกส่งเสริม เช่น อาบน้ำร้อนบ่อยๆ ใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างจะละลายไขมันที่ผิวหนังออกไป ความชื้นในอากาศน้อย เช่น หน้าหนาวทำให้ผิวแห้งมากขึ้น

     - ผิวหนังถูกระคายเคืองจากสบู่ ผงซักฟอก เสื้อผ้าที่มีเนื้อหยาบหนาหรือสากๆ เหงื่อออกมาก เช่น อากาศร้อน หรือเล่นซนจนเหงื่อออกมากเกินไป ยาทาบางอย่างที่เหนียวเหนอะหนะจะระคายเคืองผิว

     - การเกา เนื่องจากโรคนี้จะมีอาการคันมาก เด็กจะเกา ยิ่งเกาผิวหนังจะยิ่งอักเสบและเห่อมากขึ้น เกิดอาการคันเพิ่มขึ้น เป็นวงจรไปเรื่อยๆ

     - ผิวหนังถูกกระตุ้นจากเชื้อโรคบางอย่าง เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น

     - อารมณ์เครียด จะกระตุ้นให้หลั่งสารบางชนิดออกมากระตุ้นเซลล์ผิวหนังเกิดอาการแพ้คันเพิ่มขึ้นได้

โรคผื่นภูมิแพ้มีผลกระทบอะไรบ้างต่อชีวิต

     มีผลกระทบต่อชีวิตทั้งของผู้ป่วยเด็กเองและผู้ปกครอง เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด จะต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานานนับปี มีผลกระทบทั้งการเรียนและสมาธิของเด็ก เพราะจะคันมาก กระทบต่อเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะการรักษาต้องใช้ยาที่มีราคาแพงพอสมควร และใช้เวลารักษายาวนานพอสมควร

โรคนี้รักษาได้หายขาดได้หรือไม่?

     เนื่องจากเป็นโรคที่เป็นพันธุกรรม จึงมีส่วนน้อยที่หายขาดได้ ส่วนใหญ่จะเป็นๆ หายๆ แต่อาการจะค่อยๆ น้อยลงเมื่อเด็กโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งรู้จักระวังตัว รู้จักสังเกต และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นได้

รักษาอย่างไร?

     มีหลักสำคัญ 3 ประการ คือ

     1. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้โรคกำเริบ

         - ผิวแห้ง ไม่ควรอาบน้ำร้อนบ่อยๆ หมั่นทาครีมหรือโลชั่นเคลือบผิวไม่ให้แห้ง ทาบ่อยๆ ทุกครั้งที่รู้สึกผิวแห้ง

         - ให้สบู่ที่ไม่เป็นด่างควรใช้สบู่ที่เป็นกรดอ่อนๆ หรือสบู่ที่มีครีมผสม

         - การเกา ระวังอย่าให้เด็กเกา โดยตัดเล็บให้สั้น และตะไบเล็บอย่าให้คม หากตอนกลางคืนเด็กเกามาก อาจต้องใส่ถุงมือเพื่อจะได้ไม่เป็นแผลจากการเกา

          - ลดการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยหมั่นอาบน้ำ ฟอกผิวหนังให้สะอาดให้ยาฆ่าเชื้อตามแพทย์สั่ง

     2. ใช้ยาทาลดอาการอักเสบของผิวหนัง

     3. ใช้ยากินเพื่อลดอาการคัน

มีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้หรือป้องกันไม่ให้โรคกำเริบได้หรือไม่?

     ป้องกันไม่ให้เกิดโรคอาจจะยาก ถ้ามีพันธุกรรมของโรคภูมิแพ้ แต่จะช่วยยืดระยะเวลาของการเริ่มเกิดโรคออกไปได้ ถ้าให้ทารกที่มีความเสี่ยงของโรคนี้ดื่มนมมารดาให้นานที่สุด (เกิน 1 ขวบแรก) โดยในช่วงที่ให้นมบุตร มารดาต้องพยายามเลี่ยงอาหารก่อภูมิแพ้บ่อยๆ เช่น ไข่ นมวัว ถั่วต่างๆ อาหารทะเล เป็นต้น

     การป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ ก็สามารถทำได้โดยพยายามเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้โรคกำเริบดังที่กล่าวไว้ข้างต้นให้มากที่สุด และสิ่งสำคัญคือ ทั้งตัวเด็กเองและผู้ปกครองไม่ควรมีความเครียดหรือมีน้อยที่สุด จะช่วยให้โรคหายดีขึ้นได้มาก เพราะโรคนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิต เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการรักษานานหน่อยเท่านั้น

ที่สถานพยาบาลเกษมเวชกรรม มีคุณหมอเกษม ที่มีประสบการณ์การตรวจแมะมามากกว่า 30 ปี เข้าใจปัญหาของโรคต่างๆ อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะโรคที่คนไทยเป็นจำนวนมาก เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคไต, โรคภูมิแพ้ เป็นต้น

ทางสถานพยาบาลยินดีให้ ตรวจแมะฟรี!!! และ ให้คำปรึกษาฟรี!!! โทรมาก่อนได้ที่ 02-527-1289, 02-969-7667-8



Latitude: 13.870707, Longitude: 100.485380
อีเมล์คุณ
เรื่อง
รายละเอียด



© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.kasemwetchakram.com