ตรวจแมะฟรี!!!
เมนูหลัก
หน้าแรก
การแมะ
ผลิตภัณฑ์
สาระพันปัญหา
การบำรุงร่างกาย
ติดต่อเรา
โบว์ชัวร์
แผนที่
เกี่ยวกับคุณหมอ
ภาวะไตอ่อนแอ
ผลการรักษาผู้มีบุตรยาก
ขั้นตอนการสั่งซื้อ
ประกาศจากทางร้าน
วีดีโอ
Web Board
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

ทายาทผู้สืบทอดความเจตนารมณ์จากรุ่นสู่รุ่น

อภิรักษ์ จากวิศวกร สู่แพทย์จีนเลือดใหม่

โดยมติชน วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

หลาย คนคง คุ้นเคย กับการตรวจของ หมอแมะ หมอจีนแผนโบราณที่ใช้วิธีการตรวจโรคโดยการจับชีพจร เพื่อดูการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในภาพของ อาแป๊ะแก่ๆ พูดไทยไม่ชัด นั่งตรวจโรคอยู่ในร้านห้องแถวเก่าๆ มืดๆ

แต่...ภาพนี้...กำลังถูก ลบ โดย หมอแมะเลือดใหม่ อภิรักษ์ เจริญพานิชสันติ

อดีต วิศวกร ลูกหม้อจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ปั้นยาลูกกลอนเป็นแล้ว ต้องเรียกว่าหมอแมะเป็นสายเลือดของผมทีเดียว โดยเริ่มจากรุ่นอากงที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาอยู่เมืองไทย แล้วหาเลี้ยงชีพด้วยการรักษาแมะย่านราชดำเนิน จากนั้นก็มาถึงรุ่นพ่อ ตอนนั้นผมอายุ 17 ปี ตามประสาลูกคนจีนที่ต้องช่วยงานทางบ้าน ผมเข้ามาเป็นผู้ช่วยพ่อรักษาคนไข้ จากตรงนี้ทำให้ผมค่อยๆ เรียนรู้วิธีตรวจ-รักษามาเรื่อยๆ หมอแมะหนุ่มเล่า

หมออภิรักษ์

ด้วย ใจรัก ในศาสตร์แขนงนี้ แม้กระทั่งเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย อภิรักษ์ยังเลือกเรียนภาคค่ำเพื่อจะได้มีเวลาช่วยงานทางบ้าน หลังจากเรียนจบเขาทำงานในบริษัทจำหน่ายเครื่องมือผลิตยา ตำแหน่งเซลส์ เอ็นจิเนียร์ ซึ่งทำให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้กรรมวิธีการผลิตยา

จุดนี้เองได้สร้าง แรงบันดาลใจ ให้เขาอยากนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา ยาสมุนไพรจีน ของครอบครัว

ตอนนั้นไฟแรงครับ อยากพัฒนาแพทย์แผนจีนให้ได้มาตรฐาน เพราะสมัยนี้คนรู้จักเลือกบริโภคมากขึ้น เราจะมาย่ำอยู่กับที่ไม่ได้

หลังจากเป็นวิศวกรอยู่ปีครึ่ง เขาก็ลาออก แล้วกลับไปพัฒนา สถานพยาบาล เกษมเวชกรรม โบราณ กิจการของครอบครัว ทั้งตกแต่งหน้าร้านให้ได้มาตรฐาน ตั้งโรงงานผลิตยา นำยาไปจดทะเบียน อย. เขียนบทความให้ความรู้และตอบปัญหาเกี่ยวกับการรักษาโรคแผนจีนโบราณ รวมทั้งเป็น หมอแมะ เบอร์ 2 รองจากผู้เป็นบิดา

จากการทุ่มเท ภายในเวลา 5 ปีกับอาชีพ หมอแมะ เขาได้เรียนรู้ว่า การแสวงหาความรู้สำหรับเขาไม่มีวันหมด แต่ยังต้องหาไปเรื่อยๆ

ถ้าวันใดที่เราคิดว่าเราเก่ง วันนั้นจะเป็นวันที่เราเดินถอยหลัง ยิ่งโลกพัฒนาไปมากเท่าไหร่ เราก็ต้องพัฒนาตามให้ทันโลก แต่ในขณะที่ตามกระแสโลก เราก็ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่ลืมรากเหง้าของบรรพบุรุษที่สั่งสมมายาวนาน เราต้องทำตัวเป็นต้นไผ่ที่แม้จะลู่ตามสายลม แต่ก็ยังมีรากยึดผืนดินไว้ เพราะถ้ารากมั่นคง ต้นไม้ก็จะเจริญเติบโตงอกงาม หมอแมะหนุ่มกล่าวปิดท้าย

 





© 2017 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com